โน้ทดูแลเรื่องเราดั่งเทพนิยายก็ต้องจบลงอย่างคมคืนท่านศรีรัศมิ์สุวะดีอดีตพระมเหสียังเป็นทางการของพระมหาวชิราลงกรณ์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นรัชทายาทเพียงพระองค์เดียวในราชบัลลังก์จากตรีซึ่งได้มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษพระเมื่อเธอนั้นถูกปลดออกจากฐานันดรศักดิ์ก็เหมือนสายฟ้าผ่าหัวใจประชาชนชาวไทยทั้งประเทศอีกครั้งและทำให้ประชาชนชาวไทยหลายไฟนั้นได้เกิดการตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอและหลังจากนั้นไม่นานก็ได้มี
รายงานว่าเธอนั่งR3ที่จะลาออกจากราชวงศ์ไทยและกำลังกลับไปใช้ชีวิตแบบสามัญชนแหลมเรื่องราวของเธอนั้นก็ได้กลายเป็นเรื่องราวในตำนานแห่งความทรงจำอันมีค่าและก็มีเรื่องราวที่ดีๆหลายอย่างที่เธอนั้นได้ทำเอาไว้ฝันที่เธอนั้นยังดำรงพระอิสริยยุทธและหลังจากที่เธอนั้นต้องทิ้งองค์ชายน้อยเอาไว้ข้างหลังเธอและครอบครัวของเธอถูกกล่าวหาว่าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหลายอย่างซึ่งดูเหมือนกับว่าเรื่องนี้จะเป็นชนวนเหตุของการแยกทางและการ
อย่างร่างในครั้งนี้และไม่มีใครเห็นท่านศรีรัศมิ์สุวะดีอีกเลยตั้งแต่ปีพ.ศ2557อาและจดหมายฉบับสุดท้ายที่เธอได้ส่งให้สื่อมวลชนโดยมีใจความว่าเราขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกท่านที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใยคอยติดตามมาเสมอเราขอความกรุณาผู้สื่อข่าวทุกท่านด้วยช่วงนี้เราขอปฏิบัติธรรมเงียบๆบ้านหลังนี้พร้อมครอบครัวด้วยความสงบค่ะศรีรัศมิ์17ธันวาคม2557และนั่นก็เป็นข้อความในจดหมายฉบับสุดท้ายที่ทางสื่อมวลชนได้รับจากเธอและหลังจากนั้นก็ได้มีภาพ
ที่เธอนั้นต้องขาวห่มขาวบททีอยู่ในบ้านของเธอที่จังหวัดราชบุรีได้รั่วไหลออกมาสู่โลกโซเชียลมีเดียพร้อมเขาหรือที่มากมายหลากหลายแต่ก็ไม่มีใครที่จะทราบถึงข้อมูลที่แท้จริงได้จนกระทั่งล่าสุดชื่อของเธอได้กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้งเมื่อเช้าโซเชียลได้จากภาพของเธอได้ซึ่งเป็นภาพที่เธอนั้นได้ออกไปรับประทานติ่งsomeที่หาดใหญ่กับน้องชายของเธอและเรื่องนี้ก็ได้สร้างความปลาบปลื้มยินดีและประชาชนชาวไทยหลายไฟต่างก็มีตีนเราก็ชาชนชาวไทย
ไลฟ์ไฟนั้นต่างก็เฝ้ารอที่จะทราบถึงข่าวคราวของท่านศรีรัศมิ์อีกตรังและในวันนี้ข้าพเจ้าได้รวบรวม7สิ่งที่ท่านสีรักได้ทำเอาไว้ตอนที่เธอนั้นยังดำรงอยู่ในพระอิสริยยศเป็นพระวรชายาซึ่งเชื่อได้ว่าน้อยคนนักที่จะรู้หรืออาจจะลืมเลือนกันไปบ้างแล้วเรื่องที่1เมื่อครั้งที่ท่านศรีรัศมิ์ได้ดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรชายาโดยเมื่อวันที่29กันยายนพ.ศ2550ได้ไปร่วมงานมาด้วยFashionweeksinParisฟันซึ่งเป็นงานแฟชั่นโชว์โดยเจ้าหญิงสิริวรรณวลีนารีรัตน์และเธอก็ได้
เข้าร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าหญิงสิริวัณณวรีในงานนี้ด้วยโดยเป็นการนำเสนอCollectionใหม่ของเจ้าหญิงสิริวัณณวรีในงานปารีสแฟชั่นวีคโดยCollectionนี้มีชื่อว่าพรีเซนต์ofthePastซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและความทันสมัยและเจ้าหญิงอ่าวันมารีเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถสมเด็จพระพันปีหลวงผู้ซึ่งได้เคยฉลองพระองค์ปีแอร์เบาอีกด้วยเรื่องที่2เมื่อวันที่18พฤษภาคม2555ณกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษท่านหญิง
ศรีรัศมิ์และพระมหาวชิราลงกรณ์แห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารคำสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ต่างประเทศในงานพระราชพิธีพัชราภิเษกควีนอลิซาเบธที่พระราชวังบักกิงแฮมและในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำนั้นซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่เราพระบรมวงศานุวงศ์จะราชวงศ์ประเทศต่างๆ26ประเทศเสด็จมาทรงร่วมงานในการนี้และถ้าศรีรัศมิ์ก็ได้เป็นร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและสิ่งที่หลายๆคนมันให้ความสนใจก็คือจะได้เห็นบรรดาถลองพระองค์สวยๆของราชวงศ์
ที่เราแฟชั่นนิสต้าต่าง2กันเป็นพิเศษติดตั้งแต่งงานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันและพระกระยาหารคำโดยในงานนี้ท่านศรีรัศมิ์ดูสวยโดดเด่นด้วยชุดไทยบรมพิมานสีเปลือกมังคุดซึ่งเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งภารกิจอันทรงคุณค่าที่เธอนั้นได้เคยทำเอาไว้ก่อนลาออกจากฐานันดรฝากเรื่องที่3จากกรณีที่เธอนั้นได้รับการขนาดนามว่าเป็นเลดี้ของเมืองไทยโดยคำนำหน้าว่าท่านผู้หญิงและเรื่องนี้ได้กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนขึ้นมาทันทีสำหรับท่านผู้หญิงนั้น
เปรียบได้ดังคำว่าเลดี้ในลำดับฐานันดรศักดิ์แบบอังกฤษตามธรรมเนียมราชสำนักไทยเป็นคำนำหน้าใช้สำหรับสตรีผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นปฐมจุลจอมเกล้าจอและทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษธอซึ่งนับเป็นเกียรติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีได้ของครับราชทานโดยรัฐบาลแต่อย่างใดอย่างคือเรื่องที่4ในความทรงจำ60ปีครองราชย์ปรากฎการณ์โลกตะลึงที่15ราชวงศ์ทั่วโลกร่วมสดุดีและในงานนี้ทางศรีรัศมิ์สุวะดีก็เดินร่วมงานที่สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้
ด้วยและสื่อทั่วโลกก็ได้เกาะติดข่าวนี้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องและนิตยสารTimeก็ได้เขียนบทความถึงเรื่องนี้เอาไว้อีกด้วยว่าอำนาจอันเร้นลับแห่งประชาธิปไตยพระมหากษัตริย์ไทยทรงที่สุดให้เห็นถึงพลังของราชวงศ์วายังมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนและท่านสีรอดก็ดูสวยสง่างามโดดเด่นในงานนี้และท่านก็ยังได้พูดคุยมีมิตรสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกับราชวงศ์ทั่วโลกอีกด้วยเรื่องที่5ท่านสีรถได้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่นานกว่า7เดือนโดยเป็นการให้น้ำนม
แม่เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาถึง5เดือนครึ่งและได้ทรงดูแลองค์ชายน้อยอย่างใกล้ชิดและเมื่อเห็นผลดีด้วยการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่กับองค์ชายน้อยมีเธอจึงได้เริ่มสนับสนุนให้มีโครงการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดอย่างใกล้ชิดเพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของลูกและต้องการสร้างความอบอุ่นในครอบครัวและให้เด็กนั้นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมีสุขภาพจิตดีอันเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะต้องติดตัวเด็กไปในอนาคตอีกด้วยเรื่องที่6เมื่อวันศุกร์ที่29เมษายน
2548เธอได้มีพระประสูติกาลพระโอรสโดยวิธีผ่าตาลเมื่อเวลา18:35นที่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งนับได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนชาวไทยทั้งประเทศและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์โดยผู้สื่อข่าวยังได้ถามอีกว่าเธอต้องการที่จะมีทายาทคนต่อไปอีกหรือไม่และจะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมารดาหรือไม่เธอได้กล่าวว่าแล้วแต่ผู้ใหญ่ส่วนการเลี้ยงลูกเธอตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่เองแต่เธอรู้สึกมีความสุขเพราะรู้ว่าลูกดิ้นเธอถ้าจะเอามือของเธอนั้นจะจับ
ท้องและสิ่งที่สำคัญพระมหาวชิราลงกรณ์ทรงเธอมากทรงทอดพระเนตรห้องเด็กทุกวันอีกด้วยเรื่องที่7และนอกจากนั้นรึยังได้จัดตั้งกองทุนทีปังกรนภัสบูรณ์โดยนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปสนับสนุนโครงการเพื่อช่วยเหลือทารกซึ่งถือเป็นโครงการที่ผลักดันให้มีการจัดทำนโยบายสาธารณสุขระดับประเทศแก่ทางรถไว้ตั้งแต่0ถึง5ปีรวมไปถึงการช่วยเหลือทารกที่คลอดก่อนกำหนดและการรณรงค์และการป้องกันการท้องก่อนวัยอันควรอีกด้วยซึ่งเรียกว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้ทำ
ในช่วงที่เธอนั้นอย่างรำรงอยู่ในพระอิสริยยศเป็นเรื่องราวที่ดีและเป็นเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ที่แสนงดงามและน่าจดจำถึงแม้ในตอนนี้จะสิ้นสุดการเดินทางที่แสนยาวไกลของเครื่องศรีรัศมิ์สุวะดีที่เดิมจากสามัญชนสู่ชั้นฟ้าดวงดาวและในวันนี้เธอก็ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาสามัญชนดั้งเดิมๆและเรื่องราวของเธอมากมายนะและก็ล้วนเชื่อมโยงและมีความเกี่ยวข้องกับองค์ชายน้อยทั้งหมดซึ่งเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความรักความผูกพันอันยิ่ง
ใหญ่จากแม่สู่ลูกอย่างแท้จริงและด้วยเหตุผลเขาลือมากมายที่พระสะพัดอยู่ในขณะนี้อ่ะ