‘เอส วรฤทธิ์’ ประกาศข่าวดี ในวัย 46 หลังเคียงข้าง ‘พี่ฉอด’ มานาน

รอนาน 12 ปี ข่าวดีมาแล้ว! ‘เอส วรฤทธิ์’ ประกาศข่าวดี ในวัย 46 หลังเคียงข้าง ‘พี่ฉอด’ หวนกลับมารับงานเเสดงอีกครั้งในรอบ 12 ปี สำหรับ หนุ่ม “เอส วรฤทธิ์” เนื่องจากเจ้าตัวผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง โดยล่าสุด เอส วรฤทธิ์ ได้เผยว่า ตัวเองก็ไม่ได้หายไปไหนเพียงเพราะผันตัวไปทำเบื้องหลังก่อนหน้านี้ทำให้ห่างหายจาหหน้าจอ ที่ตัดสินใจกลับมา…

เสี่ยโอ ดีใจสุด! ทักษิณ คืนสู่บทบาทใหญ่ คนทั้งประเทศพร้อมเชียร์

วลีหนึ่งประโยคหนึ่งนะที่สนธิยกมาพูดและ ผมก็เห็นด้วยและผมก็ยังต้องเอาไปพูดต่อก็ คือนะประเทศไทยตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีนะ ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ดีเท่า กับทักษิณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่ สุดตั้งแต่เคยมีนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย มานี่ไม่ใช่เป็นคำพูดของผมนะนี่เป็นคำพูด ที่ผมเนี่ยนะพูดตลอดว่านี่เป็นคำพูดที่ สนธิพูดแล้วผมก็เห็นด้วยที่ผมเห็นด้วย เนี่ยนะไม่ใช่ผมไปเห็นด้วยเพราะว่าคนก็นะ ฟังสนธิแล้วผมจะไปก่อกระแสสนธิไม่ใช่ แต่ผมเห็นด้วยเพราะว่าผมเนี่ยของจริงไอ้ คนที่นั่งคุยไอ้ประวินก็ดีไอ้สมศักดิ์ก็ ดีไอ้สิโรจก็ดีมึงไม่ได้อยู่เหตุการณ์ จริงมึงไม่ได้รู้จริงหรอกอืถามว่าไม่ได้ อยู่เหตุการณ์จริงมึงแค่ทำข่าวเนี่ยมึง คิดว่ามึงจริงเลยไม่ใช่ กูเนี่ยเข้าไปทำแต่ละเรื่องกับมือทั้ง นั้นที่พูดออกมาเนี่ยที่พูดออกมานี่ก็ไม่ ใช่มานั่งเพื่อมาคุยโม้โอ้อวดอย่าไปคิด อย่างงั้นครับ ผมเนี่ยสัมผัสสนธิพูดมาอย่างนั้นเนี่ยผม บอกว่ามันเป็นจริงอย่างที่สมิพูดเพราะ อะไรเพราะว่าทักษิณเข้ามาเนี่ยนะนโยบาย ต่างๆวันนี้ผมไม่ต้องพูดอะไรเลยนะผมให้…

“น่าจับตา! บาบาวานก้า ทำนายปี 2026 โลกจะสั่นสะเทือน!

ทุกครั้งที่โลกหมุนไปข้างหน้ามักจะมีใคร บางคนที่ลุกขึ้นมาเตือนมนุษย์ให้รู้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา หนึ่งในนั้นคือหญิงชราตาบอดจากบาลแกเรีย ผู้คนทั้งยุโรปเรียกเธอว่าบาบาวานาก้า เธอไม่ใช่เพียงคนธรรมดาแต่เป็น บุคคลที่เชื่อเชื่อกันว่ามองเห็นอนาคตได้ อย่างลึกลับและแม่นยำจนหน้าขนลุก ตั้งแต่เธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงหลังความ ตายชื่อของเธอยังคงถูกกล่าวถึงไม่เว้นแต่ ละปีเพราะคำทำนายหลายข้อที่เธอพูดไว้ได้ เกิดขึ้นจริงอย่างไม่น่าเชื่อบาบาวาก้า เกิดเมื่อปี 1911 ในครอบครัวยากจนที่หมู่ บ้านเล็กๆแห่งเธอสูญเสียดวงตาไปตั้งแต่ วัยเด็ดหลังจากถูกพายุทรายพัดเข้าใส่ดวง ตาอย่างรุนแรงแต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเอง เธอกลับเริ่มมีสัมผัสพิเศษพูดถึงเรื่อง ที่ยังไม่เกิดขึ้นเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมอง ไม่เห็นและค่อยๆกลายเป็นหญิงผู้เป็นที่ เคารพในดินแดนเบาขานคำพูดของเธอมักเป็น ประโยคสั้นแต่กินใจคล้ายปริศนาจนใครต่อ ใครต้องจดไว้ตีความในภายหลังหลายคน คงเคยได้ยินว่าเธอเคยทำนายเหตุการณ์ใหญ่…

อาลัยทหารกล้า “จ.ส.อ.ศตวรรษ” พลีชีพปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ

จากกรณีเกิดเหตุปะทะรุนแรงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม 2568 โดยกองทัพบกได้รับรายงานว่า กำลังพลไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธยิงสนับสนุนจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้มีทหารไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ด้านเพจ Army Military Force รายงานเพิ่มเติมว่า ฐานปฏิบัติการ “ป้อมไทย” ถูกทหารกัมพูชายิงถล่ม โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนในระยะประชิด ส่งผลให้ฝ่ายไทยได้รับการสูญเสียรวม 4 นาย ได้แก่ จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต -คาดว่าเสียชีวิต…

พระองค์ภา เจ้าฟ้าหญิง ..คนไทยเฝ้ารอคอย แสนเศร้าถึงที่สุด ร่วมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงหายประชวร

ขอนอบน้อมองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์สวัสดีท่านผู้ฟังกัลยาณมิตรทุกท่านวันนี้คิดดีทำดีชาแนลขอน้อมนำเรื่องราวดีๆมาฝากท่านผู้ฟังเช่นเคยสำหรับวันนี้ขอเสนอในหัวข้อจากวันนั้นถึงวันนี้วันที่คนไทยรอคอยต้องไม่สูญเปล่าพระองค์ภาเจ้าฟ้าหญิงของคนไทยปวงประชารอฟังข่าวดีจากแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่4ท่านผู้ฟังครับเมื่อวันเริ่มรับฟ้าเสียงสวดมนต์เสียงกังวานค่อยๆดันขึ้นจากพระอุโบสถได้หลายวันตื่นที่เมื่อไม่นานมานี้ เทียบพระอุโบสถวัดพระเชตุพนด้วยมนต์มังคลารามราชวรมหาวิหารหรือวัดโพธิ์มูลนิธิอาสาเพื่อพึ่งพายามยากสภากาชาดไทยนำโดยศาสตราจารย์พิเศษดรสุรเกียรติเสถียรไทยรองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอขณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่มูลนิธิทีมเพื่อนพึ่งพาอาสาปฏิบัติการภัยพิบัติชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรมนำโดยนางสุภาษิตเข้าร่วมในพิธีทั้งนี้มูลนิธิอาสาเพื่อพึ่งพายามยากสภากาชาดไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เป็นประจำต่อเนื่องทุกเดือนโดยพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญกิจภาวนาถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ในครั้งนี้มีสมเด็จพระมหาธีราจารย์กรรมการมหาเถรสมาคมในฐานะอธิบดีสงฆ์และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวคำถวายพระพรพร้อมด้วยพระสงฆ์รวม10รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์พร้อมทั้งนำผู้เข้าร่วมในพิธีร่วมกันนั่งเจริญกิจภาวนาขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานักเรียนดีกรมหลวงรัชการุณีสิริพัฒน์มหาวชิระ องค์ประทานกรรมการมูลนิธิส่งจากการเผชิญโดยเร็วท่านผู้ฟังครับตั้งแต่วันที่15ธันวาคม2565ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วพวกเราชาวไทยทุกคนต่างก็เฝ้ารอข่าวดีเกี่ยวกับร่างกายเผชิญของพระองค์ภาวันแล้ววันเล่าพร้อมกันนี้จะได้มีทั้งข่าวลือและข่าวปลอมต่างๆมากมายจนส่วนต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยประสบดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือdefได้ออกมาเตือนว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลให้ข้อมูลข่าวเกี่ยวกับพระอาการผจญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า พัชรกิติยาภานินทราเทพโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและพบว่ามีข้อความที่บิดเบือนและเป็นข้อมูลเทปซึ่งการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การแชร์จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ทางกระทรวงดิจิทัลจึงได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ขอเตือนประชาชนใหญ่หลงความเชื่อหรือแค่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวนะครับโดยขอประชาชนติดตามแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังโดยตรงเท่านั้น โดยล่าสุดได้มีข่าวลือว่าพระองค์ได้ทรงกลับบ้านซึ่งเป็นต่อข่าวลืออางว่าตนเองเป็นคนที่พักอยู่ข้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ซึ่งหลังจากที่ข่าวลือนี้ได้แพร่สะพัดออกไปFacebookบัญชีจึงเจิมยุคคนซึ่งมีผู้ติดตามกว่า13หมื่นกว่าคนของหม่อมเจ้าจนจนทุกคนนายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กราชบัลลภรักษาพระองค์เจ้าโพสต์ข้อความว่าจะไปหลงเชื่อข่าวอ้างข่าวลือจากผู้ไม่หวังดีกันทำใจกันให้สบายๆไม่ต้องไม่ตกกังวลอะไรไม่มีอะไรครับขณะที่ในทวิตเตอร์ แฮชแท็กข่าวลือก็ได้ติดเทรนด์ประเทศไทยภายหลังจากประวินรัฐบาลพงศ์พันธุ์นักวิชาการผู้ลี้ภัยและผู้ก่อตั้งFacebookกลุ่มรอยัลลีฟมาร์เก็ตเพลสตลาดหลวงที่มีสมาชิกว่า2.3ล้านคนได้โพสต์ข้อความสั้นๆว่าGoosebyจะเกิดความตื่นตระหนกและข่าวลือที่ทำให้คนไทยไม่สบายใจซึ่งสำนักพระราชวังก็ได้เน้นย้ำว่าให้ใช้แถลงการณ์ของสำนักรัฐบาลเท่านั้นครับท่านผู้ฟังครับในสุขมีทุกข์ในทุกข์มีสุขนี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าชีวิตมนุษย์เมื่อเข้าใจเราก็จะเห็นจริงที่ประจักษ์ เมื่อประจักษ์ถ้าหนทางตนและหนทางประเทศก็เห็นชัดอะไรที่ติดขัดด้วยจิตข้องก็พลันสลายมองผ่านน้ำใสจนเห็นก้นลำธารฉันใดมองอนาคตชาติอนาคตตนทันใจที่หลุดคล่องย่อมเกิดจากสาเหตุนั้นพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานริศราเทพยวดีกรมหลวงรัชชานิณีสิริพัฒน์มหาวิทยาลัยราชธิดาทรงมีพระอาการประชวรดังทราบนั้นไม่ต่างสายฟ้าฟาดกลางใจประชาชนถูกร่วมใจโดยไม่ได้นัดหมายฉับพลันไม่มีแถลงการณ์ฉบับแรกออกมาคำว่าถอนหายใจลงโอ่งเป็นอย่างไรรับรู้ได้ในแต่ละตัวคนก็ เช่นนี้เองต่างใจจดจ่อเราแถลงการณ์ฉบับที่2ท่ามกลางการปล่อยข่าวในทางร้ายจากสมานมนุษย์เจ้าเดิมต่างๆนานาเมื่อฉบับที่2และฉบับที่3ออกมาปวงประชาประดับยอดหญ้าได้รับแสงตะวันอาบยามเช้าหมอกจางสายตาเศร้าเจอยิ้มอุ่นน้ำหนักจากแถลงการณ์ว่าพระองค์ภาทรงผ่านพ้นจนวิกฤตขีดขีดสุดแล้วเหล่าข้าราชการองค์กรพ่อค้าประชาชนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ถ้าในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดต่างก็เดินทางมาถวายพระพรชัยพระองค์ภาที่อาคารพูลสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์สภา กาชาดไทยไม่ขาดสายนำหมู่ดาราต่างทวีตข้อความถวายพระพรชัยขอพระองค์ภาทรงหายจากพระกามมาชวนโดยเร็วมากมายอันไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนทิศทางความมาทั้งหมดนี้นะครับก็เพื่อจะบอกว่าในทุกข์มีสุขในสุขมีทุกข์เป็นเหตุปัจจัยต่อกันและกันประมาณนี้ครับพระองค์ภาฯประชวรประหนึ่งทุกประเทศสิ่งดีในทุกครั้งนี้คือทำให้เรารู้ว่าประชาชนในทัศนคติอย่างไรต่อสถาบันและต่อพระองค์ภาคำตอบที่ชัดออกมาคือในหัวใจประชาชนมีสถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมทำพระ องค์ภาประดับสนิทแน่นอยู่มั่นคงไม่คลอนคลายการเผชิญของพระองค์ภาไม่ต่างประวัติวัดอุณหภูมิสังคมพรรคต่อสถาบันต่อพระองค์ภาพึงปรากฏประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกชนชั้นทุกวัยทุกรุ่นรักในพระองค์ภาฯแผ่นดินรักไม่มีชนชั้นรักไม่มีขีดคั่นรักมีวรรณะเดียวคือเสมือนเหมือนกันด้วยรักดังนั้นจะเห็นภาพที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อนพี่น้องวินมอเตอร์ไซค์สวมเสื้อวินคือดอกไม้คนละช่อเข้าแถวถวายพระพรชัยน่าภารรูปพระองค์ภาเป็นภาพสะท้อนเจ้าฟ้าทอดสายใย เชื่อมโยงใจยอดหญ้าก็สามัญชนต่ำศักดิ์เสมอด้วยรักค่าเหนือคำบรรยายที่เทียบเท่ากับสุขในทุกข์ยามนี้เท่าที่ฟังเสียงระดับชาวบ้านก็เขารักพระองค์ภาเพราะเหตุใดคำตอบที่ออกมาเหมือนๆกันคือพระองค์ภาไม่ถือพระองค์ไปถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินแต่ทรงเรียบง่ายนอบน้อมถ่อมตนและกับชาวบ้านที่เรียกกันว่าแต่ศรีตะสายามทักทายพระองค์ภาก็ทรงหยดกายมีพระจริยวัตรงดงามทรงห่วงใยชาวบ้านสอดส่องดูแลทุกข์สุขชาวบ้านอย่างสม่ำเสมออีกทั้งเป็นพระธิดาที่รักพ่อสมหวังพ่อคือ ในหลวงโดยไม่ห่วงพระองค์เองเป็นแบบอย่างที่ดีให้รุ่นเก่ารุ่นใหม่จะถือเป็นแบบอย่างทางสังคมชาติสังคมครอบครัวได้เหล่านี้ค่อยๆหล่อหลอมเป็นรักบริสุทธิ์สะสมจนตกผลึกในหัวใจประชาชนโดยไม่รู้ตัวครับเมื่อข่าวพระองค์พาประชวรให้ออกไปเท่านั้นแหละทั้งแผ่นดินแทบแตกสลายไม่เป็นอันกินอันนอนกันทั้งประเทศนั่นแหละแต่ละคนถือประจักษ์แก่ใจตัวเองรักพระองค์ภาำนึกกันขนาดไหนถอดความคำว่ารักในพระองค์ภาเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ[เพลง]ถ้าโรงพยาบาลจุฬาภรณ์นับเป็นที่สุดของ ความสุดซึ้งในหัวใจปวงประชาชาวไทยความผูกพันแนบแน่นระหว่าง2ประเทศ2ราชวงศ์นี้ประทับรับรู้ในกิจวิญญาณชาวไทยสุดจะหาคำใดเอ่ยจิตรานุภาพพวกเราปวงชนชาวไทยจะลืมกันนะครับสวดมนต์ส่งจิตถวายเป็นพระพรชัยวงศ์ที่พระองค์พากันมากๆให้สม่ำเสมอในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรเหนือพลานุภาพแห่งจิตบริสุทธิ์ปาฏิหาริย์มีจริงได้จากสิ่งเดียวคือปาฏิหาริย์แห่งจีนพระองค์ภาคือพลังแผ่นดินหยาบนี้พระองค์โดยพระมหาชนกที่ลอยคอกลางทะเลพระอู่ต้องทรงผ่านด่านทด สอบนี้ไปสู่จุดนั้นในอนาคตได้แน่นอนจากรากสู่ยอดนี้แหละจะเป็นปาฏิหาริย์[เพลง][เพลง][เพลง][เพลง]ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาคนเดียวแต่มาทั้งครอบครัวโดยรูปที่เตือนรับปริญญาจากพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าวัชรกิติยาภาเป็นเหตุการณ์ที่เมื่อขังรับพระราชทานปริญญาบัตรนำมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเมื่อวันที่21กันยายน2565ซึ่งตอนนั้นตนใส่ชุดครุยวิทยฐานะจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์กำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ2 จากสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์คณะวิทยาการจัดการสรุปความรู้สึกในวันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรพระองค์พระวรกายตนอย่างมากที่สุดเพื่อตนได้รับพระราชทานปริญญาบัตรและพระองค์ทรงบอกตนว่าให้เดินเข้ามาดาบได้เลยเธอมีความฝันของตนตั้งแต่เด็กเพื่อจะได้เข้ารับปริญญาบัตรซึ่งผู้ใหญ่ทุกคนจะให้ตนในภาพสวยๆจุฬาวิถีทางพระนั่งรถเข็นบ้านแต่เมื่อไปรายงานพระองค์พระองค์ตรัสว่าทรงทราบแล้วและหรือจะให้ตนเดินเข้าไปรับเองได้เธอเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีตัวตนหลังตน เรียนจบตื่นตั้งแต่ทำงานประกอบอาชีพในตอนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของธนาคารออมสินสาขาสตึกจังหวัดบุรีรัมย์แนะนำช่องคิดดีทำดีชาแนลขอน้อมก้มกราบถวายพระพรชัยมงคลขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาได้เรียนที่ตลาดเทพยวดีกรมหลวงรัชชานิณีสิริพัฒน์มหาวิทยาลัยราชธิดาทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพาอนามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววันจะปล่อยกาลเวลาให้โลกไปด้วยเปล่าประโยชน์ขอบพระคุณเนื้อหาที่มาข้อมูลที่แนะนำเรื่องราวดีๆมาเผยแผ่เพื่อเป็นธรรมทานแก่ ท่านผู้ฟังขอบพระคุณท่านผู้ฟังกัลยาณมิตรทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการรับฟังสุดท้ายนี้คนทุกท่านประสบพบเจอด้วยความดีมีแต่ความสุขคุณพระรักษาเทวดาคุ้มครองทุกคนทุกท่านสวัสดีครับ

กลับมาสวย! เจ้าหญิงศรีรัศมิ์ทรงฟื้นคืนสถานะและจะกลับมาอีกครั้ง ชาวไทยตั้งตารอ!

หลังจากห่างหายไป8ปีถนนกลับของศรีรัศมีเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลานี้สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงครองราชยสืบราชสมบัติได้2ปีความสามารถและสถานะของพระองค์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยการสนับสนุนจากตระกูลยูกุลสถานการณ์สืบราชสันตติวงศ์ก็แข็งแกร่งขึ้นขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาของศรีรัตมิตอย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10ยังคงทรงมุ่งมั่นที่จะใช้กำลังทั้งหมดของพระองค์จัด มาตรการต่างๆเพื่อต้อนรับศรีรัตน์มีกลับคืนสู่ราชวงศ์และเพิ่มอิทธิพลของพระองค์การสืบทอดอำนาจของทีปังกรมีความสำคัญต่อแผนนี้หากเขาสวงมงกุฎได้สำเร็จเขาจะกลายเป็นรัชทายาทตามกฎหมายของราชวงศ์ซึ่งเป็นวิธีการฉดใช้หนี้ในอดีตของเขาที่มีต่อศรีรัตมีแผนของรัชกาลที่10นี้แสดงความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะกลับมารวมตัวกับอดีตราชินีและตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับมารวมตัวอีกครั้งบังเอิญที่การจากไปของศรีรัศมีนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญในฮาเร็มของราชวงศ์สุธิดาขึ้นครองราชย์เป็นราชินีเธอขึ้นครองบัลลังก์ด้วยความสามารถและอุบายของเธอเองและเธอก็กลายเป็นบุคคลสำคัญในสงครามฮาเร็มอีกด้วยอย่างไรก็ตามการกลับมาของศรีรัตน์จะทำให้รูปร่างของฮาเร็มเปลี่ยนไปอีกครั้งซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาสุธิดาพยายามขัดขวางการกลับมาของศรีรัตน์มิด้วยการแสดงปริญญาเอกและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับในหลวงรัชกาลที่10เธอหวังจะเน้นให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ เธอในช่วง2ปีนับตั้งแต่ขึ้น ้องราชแต่อย่างไรก็ตามกษัตริย์ไทยก็ดูเหมือนจะชอบศรีรัตมิซึ่งมีสถานะอยู่ในใจมากกว่ารัชกาลที่10ทรงดำเนินการอย่างเด็ดขาดในเวลาเพียง2ปีพระองค์ทรงสถาปนาเจ้าหญิง5พระองค์และนางสนม22พระองค์ซึ่งดูเผินผนดูเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความสุขแต่พระอารมณ์ของรัชกาลที่10ขณะทรงรักษาตัวในโรงพยาบาลทำให้เขามีความเข้าใจลึกซึ้งลึกซึ้งถึงความอบอุ่นความอบอุ่นแห่งธรรมชาติของมนุษย์การกลับมาของศรีรัตมิจะ ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจในวังอีกครั้งข้อปี่พาทย์ในฮาเร็มจะรุนแรงขึ้นมีบางคนที่อยากจะหนีปัญหาในฮาเร็มเหมือนศรีรัตมิพวกเขาท้อแท้หัวใจมาเป็นเวลานานในตอนแรกศรีรัตน์มีปฏิเสธคำเชิญของรัชกาลที่10แต่ทรงดูสงบมากความสงบของพระองค์มาจากภาวะที่กลื่นไม่เข้าคายไม่ออกของการสืบราชสันตติวงศ์ของทีบังกรในระหว่างการพักฟื้นเมื่อเจ้าฟ้าผัรกิตติยาพาแย่งชิงราชบัลลังก์ของมกุฎราชกุมารซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อิบังกรอย่างไรก็ตามการจัดแจงอย่างเชี่ยว ชาญของรัชกาลที่10ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งเขาไม่เพียงส่งทีปังกรไปเชียงใหม่เพื่อพบกับศรีรัตมิและแม่ของเธอเท่านั้นแต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ศรีรัตมิอีกด้วยการกระทำของกษัตริย์ไทยสร้างความประทับใจอย่างมากต่อศรีรัตน์มิู้ลังเลและในที่สุดก็ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปตั้งถิ่นฐานที่พระตำหนักนี่เป็นก้าวสำคัญในการกลับมาของศรีรัตน์และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อมารดาของทีปังกรด้วยทีปังกรก่อนโพสต์ภาพตัวเองคุกเข่าโค้งคำนับบนโซเชียลเน็ตเวิร์กแสดงความ กตัญญูต่อแม่และนางสนมพระองค์ยังทรงแสดงท่าทีตีตัวออกห่างจากพระนางสุธิดาเพื่อเตรียมรับการเสด็จกรับของศรีรัตมิรัชกาลที่10และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเผยแพร่โปรดเตอรแสดงสถานะอันสูงสงของศรีรัตน์การกลับมาของศรีรัตน์มิกลายเป็นงานที่ทุกคนตั้งตารอคอยแม้ว่ารัชกาลที่10จะมีบุคลิกที่เข้าใจยากแต่โปดเตอร์ของราชวงศ์ก็แสดงให้เห็นสถานะของศรีรัตน์นี้อย่างชัดเจนการครั้งหนึ่งสุธิดาและสินีนาทะเลาะกันอย่างดุเดือดเพื่อชิงความโปรดปรานจาก รัชกาลที่10แต่ในหลวงทรงเลือกที่จะเมินเฉยและปล่อยให้มันผ่านไปตราบเท่าที่ไม่มีปัญหาใหญ่อย่างไรก็ตามโปเตอร์ของราชวงศ์ล่าสุดได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างรัตนิกายเป็นวีรแลสัตรีเพียงคนเดียวที่เธอครองใจกษัตริย์ไทยโดยไม่ต้องต่อสู้เพื่อมันด้วยซ้ำรัชกาลที่10ทรงสถิตอยู่กับสตรีมากมายในชีวิตแต่หัวใจของพระองค์ยังเป็นของศรีรัตน์มีเสมอแล้วเหตุใดรัชกาลที่10ถึงรักศรีรัตน์มีมากขนาดนี้อะไรที่ทำให้ศรีรัตน์ิทำให้เธอนึกถึงรัชกาลที่10และ อ่อนโยนขนาดนี้ฉันจะพาคุณย้อนเวลากลับไปเพื่อชี้แจงทุกอย่างสรมีเกิดในครอบครัวชาวนาในประเทศไทยเนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่สวยงามของเธอพ่อแม่ของเธอจึงรักเธอมากซึ่งทำให้เธอมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาในปีพ.ศ2544ศรีอัรมีอภิเษกสมรสกับรัชกาลที่10และเป็นพระมเหสีคนที่3แต่ชีวิตในราชวงศ์ไม่ใช่เรื่องง่ายในปีพุทธศักราช2557ครอบครัวศรีรัศมีตกอยู่ในวังวนแห่งการแข่งขันชิงกษัตริย์เจ้าหน้าที่ที่ถูกจับกุม22คนมี3คนเป็นน้องชายของ ศรีรัตน์สมาชิกในครอบครัวของศรีรัตน์มิก็ถูกจับกุมเช่นกันศรีรัตนี้ิมีบางส่วนก็หนีความสัมพันธ์นี้ไปไม่ได้เช่นกันหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวศรีรัศมีถูกขับออกจากราชวงศ์และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาที่10ทรงอยากกับเธอรัตน์ไม่เสียใจจึงตัดสินใจบวชชีและปฏิบัติธรรมในวัดนึกว่าเจ้าหญิงศรีรัตน์จะหายตัวไปแต่ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ไทยโพสต์ภาพสวยๆของศรีรัตน์ลงโซเชียลการเคลื่อนไหวนี้ทำให้ชาวเน็ตสงสัยว่าศรีรัตน์กำลังจะกลับคืนสู่ราชวงศ์ไทยหรือ ไม่ความงามของศรีรัตน์นี้เป็นที่รู้จักของทุกคนและรัชกาลที่10ก็แต่งงานกับเธอเพราะความงามของเธอสถานีโทรทัศน์ไทยถ่ายทอดภาพศรีรัตวิและวิดีโอของศรีรัตมิและมหาที่เข้าร่วมกิจกรรมการกุศลเป็นประจำถือเป็นล่างสังหรณ์ของการกลับมาอย่างแข็งแกร่งการกลับมาอันงดงามของเจ้าหญิงศรีรัตนมิไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ของเธอเท่านั้นแต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและสติปัญญาจากภายในอีกด้วยด้วยประสบการณ์และความอุตสาหะของ เธอเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายก้าวไปข้างหน้าต่อไปไม่ว่าพวกเขาจะเผชิญกับความยากลำบากใดก็ตามเมื่อครอบครัวของเธอถูกจับกุมเธอได้เขียนจดหมายถึงกษัตริย์อย่างกระตือรือร้นเพื่อขอสละตำแหน่งพระราชแม้ว่าในเวลานั้นจะมีข่าวหรือว่าศรีรัตน์มีถูกใกล้ออกจากราชวงศ์แล้วศรีรัตนี้ไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้และได้แต่อยู่ในวัดอย่างเงียบๆเพื่อรอโอกาสเรื่องราวของเจ้าหญิงศรีรัตน์บอกเราว่าความงามไม่ได้อยู่ที่รูปลักษภายนอก เท่านั้นแต่ที่สำคัญกว่านั้นอยู่ที่ความเข้มแข็งและสติปัญญาจากภายในไม่ว่าคุณจะเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากใดๆจงสงบสติอารมณ์และรักษาศรัทธาอันแรงกล้าเรื่องราวของเธอเป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความยืดหยุ่นและความหวังของมนุษย์ไม่ว่าทีมังกรจะขึ้นครองบัลลังก์หรือสรัติห่วนคืนย่อมทำให้เกิดการวิวาทรอบใหม่ในพระราชวังอนาคตของราชวงศ์ไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแต่สิ่งที่แน่นอนคือใครก็ตามที่ขึ้นครองบัลลังก์จะกลายเป็นบุคคลสำคัญใน ประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ไทยช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยงที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยและเราจะติดตามเรื่องราวนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปในขณะที่มีการพัฒนาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าราชวงศ์ไทยจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และโลกจะได้เห็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้

ไทม์ไลน์ซ้อนแผนดัดหลัง “ลุงพล” ล่อมอบตัว

พี่ติ๊กตอรี่นะครับเป็นคดีของลุงพลนะที่จนถึงขณะนี้ต้องบอกว่าลุงคนเนี่ยยังเป็นเพราะการดำเนินคดีมันยังไม่ได้ถึงที่สิ้นสุดแล้วล่าสุดในเห็นว่าทางตำรวจเตรียมขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกในวันศุกร์นี้แล้วก็จะคัดค้านการประกันตัวด้วยนะครับค่าเท่ากับว่าวันนี้เริ่มนับหนึ่งแล้วนะครับเพราะว่าลุงพลที่เป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข1ในคดีนี้ถูกตำรวจซ้อนแผนนะฮะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าลุงพลจะมามอบตัวแต่สุดท้ายตำรวจซ้อนแผนก็เลยเท่ากับว่าถูกจับกุมไป นะทั้งๆที่มีการเปิดโอกาสให้มอบตัวที่สตชแต่ท้ายที่สุดก็มีปฏิบัติการเกิดขึ้นมานะครับอ้าย้อนกลับไปดูตั้งแต่ช่วง18:00นก่อนนะครับที่ตำรวจได้เข้าไปปิดล้อมบ้านของลุงพลนะฮะตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่หลานสาววัย3ขวบนะครับเพราะตำรวจไปถึงจะพยายามเรียกลุงพลให้ออกมาจากบ้านมีผู้ใหญ่บ้านกกนไปช่วยเรียกลุงคนให้ออกมาด้วยนะครับโทรศัพท์ก็โทรแล้วแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไรจนกระทั่งตำรวจตัวนึงเดินทางไป บริเวณหลังบ้านครับพร้อมกับชะตากันประมาณ10นาทีก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้านมีคนเปิดประตูบ้านให้ครับท่ามกลางกระแสข่าวว่าลุงพลป้าแต๋วไม่ได้อยู่บ้านแล้วนะฮะมีเพียงตาชาญซึ่งเป็นพ่อของป้าแต่เนี่ยบอกว่าตัวของเขาเองเนี่ยจะออกไปรับหลานนะครับจากนั้นตำรวจก็เข้าไปตรวจค้นในบ้านพักใช้เวลาประมาณ10นาทีนี้เป็นจังหวะที่ตอนนั้นเดินทางไปหลังบ้านแล้วนะฮะเอาหมายต่างๆมาด้วยนะครับหมายจับนะฮะตำรวจก็ไปตรวจสอบในบ้านพักใน10นาทีก็พบว่าลุงพล มาอยู่แล้วเนี่ยอ้ะลุงคนไม่อยู่ที่นี้ยังไงต่อในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจได้มีการคุมตัวในอ๋อดูว่านายธนากรที่เป็นยูทูปเบอร์คนสนิทของลุงพลนะครับในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคดีค้างเก่าตอนที่มีการขวางทางตำรวจในวันที่ลุงพลป้าแต๋งเข้าเครื่องจับเท็จไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานะฮะและผู้ชมครับตอนที่ทางเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปที่บ้านของลุงพลดีแล้วมีจังหวะที่นี่ฮะแม่ของน้องของผู้เดินทางมาด้วยนะครับให้สัมภาษณ์ในทำนอง ว่าอยากมาเห็นสีหน้าลุงพลนะฮะส่วนสาเหตุในอดีตที่เคยออกให้สัมภาษณ์ว่าสงสัยลุงพลนักข่าววัตถานประเด็นนี้ยาวอีกรอบแม่ของน้องบอกว่าคือพยายามตรวจสอบหลายๆอย่างพยายามคำและอย่าง8ลุงพลไม่ยอมฟังแล้วการให้ข่าวของลุงพลแม่บอกลักษณะพูดจาวกไปวนมากลับไปกลับมานะฮะอย่างไรก็ตามทั้งแม่บอกว่าอยากบอกกับน้องชมพู่ว่าลูกได้รับความคิดทำแล้วพ่อกับแม่ทำให้สังคมรู้ว่าเราไม่ได้ทำร้ายรูปเราไม่ได้ค่าลูกครับติดตามความเข้าใจของแม่คือ หมายจากออกมาแล้วถ้าเขาไม่อยู่ก็คือนี้จะไม่ว่าเค้านี่ทำไมอ่ะแม่เข้าใจไปเองหรือเปล่าล่ะไม่รู้ว่าคนในประเทศไทยจะคิดยังไงคือท่านี้มันนี้มันหมายถึงการยอมรับในตัวว่าเขาผิดเด็กคนนึงต้องตายมีหลายคนที่ไม่อายแล้วหาเงินกับน้องที่แม่โหร้องเพราะแม่เห็นว่ายูทูเบอต่างๆคนอยู่ได้แล้วคุณพอได้แล้วคุณได้มามากพอแล้วแล้วเขาก็สมควรที่จะถูกจับก็เพราะคุณไม่รู้จักพอชมพู่อยู่กับแม่อยู่กับแม่เสมอทุกอย่างที่ไม่รู้น้องดู ค่ะแม่บอกว่าเขาทำเป็นคนใกล้ชิดเป็นรูน่ะจิตใจโหดร้ายไปไหมคะแม่อำมหิตมากเทียบกับเห็บหมายังมีค่ากว่าคือเขาไม่มีเหมือนกับคนไม่มีเลือดเนื้อไม่มีหัวใจไม่มีความสำนึกอะไรเลยอ่ะนะคะสำหรับลุงพลถูกศาลจังหวัดมุกดาหารออกไปจับเมื่อวานนี้นะครับ1มิถุนายนนะฮะ3ข้อหาครับประกอบด้วยพระเก็กอายุไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันควรนะครับ2คือทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน9ปีจนเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายและ3 กระทำการใดๆแกะศพทำให้ผลทางคดีนั้นเปลี่ยนนะครับพูดข่าวรายงานว่าหลักฐานสำคัญที่นำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้นะครับเป็นหลักฐานที่พบเรียนจุดเกิดเหตุที่ที่พบศพน้องผู้เลยนะฮะมีทั้งย้อนกูชมดูกันเกรงรองเท้าแล้วก็มีเส้นขน3เส้นนะครับผลดีเอ็นเอเนี่ยมีการระบุตัวของคนร้ายแต่การตรวจดีเอ็นเอเนี่ยต้องเป็นวิธีพิเศษครับเพราะว่าคนที่พบเนี่ยคือไม่พบรากขนทำให้การตรวจครั้งแรกเนี่ยพบกันอย่างว่าเชื่อมโยงกับเพศหญิงไม่ได้ระบุ ว่าเป็นใครนะครับแต่ระบุได้ว่าเป็นญาติทางสายเลือดฝังแม่ของเด็กซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นเส้นขนของน้องชมพู่หรือแม่นะโป้พี่สาวป้าน้ายายก็ได้นะครับแต่การตรวจด้วยวิธีพิเศษพบความเข้ากันได้มากที่สุดกับป้าแต๋งพญาของลุงพลทำให้เส้นขนในกลายเป็นหลักฐานสำคัญทำมาสู่การหาหลักฐานอื่นๆอีกชิ้นนะฮะซึ่งเป็นเส้นผมที่ตกอยู่ในรถของหลวงพลเส้นผมนั่งเปล่าเนี่ยเป็นเส้นผมกลุ่มเดียวกับเส้นผม36เส้นของน้องพูดที่ถูกตัดด้วยนี่ความยาวเส้นละ ประมาณ1cmนะครับและก็ถูกพบบริเวณจุดพบศพน้องชมพู่นอกจากนี้ยังมีเส้นผมคุณใกล้ชิดตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุด้วยทั้งที่คนใกล้ชิดยังไม่ได้ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟนะฮะนอกจากนี้ครับการเข้าเครื่องจับเท็จของลุงพลก็มีพิรุจประกอบคำให้การของพยานแวดล้อมทุกอย่างค่ะหมดรวมบ่งชี้ไปว่าคดีนี้ลุงคนเท่านั้นที่จะพาตัวน้องชมพู่ขึ้นไปบนภูเหล็กไฟอันนี้ต้องบอกว่าเป็นรายงานข่าวที่ที่มีออกมานะกูไม่ชมทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องให้ทางลุงคนเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมเข้าไปที่สุดกันในชั้นศาลนี่นะฮะอาย้อนกลับไปตอนนั้นเวลาประมาณ10:00นนะทนายตั้มทนายความนะครับเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสื่อห้อมล้อมเพื่อจะสอบถามตามหาว่าลุงพลจะมามอบตัวกับผบ.ตร.จริงหรือเปล่าทนายตั้มบอกว่าหลังจากลงคนถูกออกหมายจับเนี่ยทนายตั้มเองบอกมีความพยายามจะนำลุงคนเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนโดยเลือกที่จะมอบตัวกับทางผบ.ตรนะครับก็ถือว่าเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีแม้ว่าคดีการเสียชีวิตของน้อง ชมพู่จะเกิดที่มุกดาหารก็ตามนะฮะแล้วก็ยืนยันว่าไม่มีการจราจรหรือต่อรองเรื่องการขอประกันตัวตามที่มีข่าวแล้วว่าลุงพลพยายามเข้าไปมอบตัวแต่ตำรวจไม่รับมอบตัวนี้ทนายตั้มบอกแต่ก่อนที่จะเข้ามานะฮะแล้วก็ระบุด้วยว่าไม่ได้พบกับลุงพลเนื่องจากนัดมาจะลุงพลซึ่งเดินทางมาจากมุกดาหารให้มาเจอกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้ชมในช่วงที่ทุนละมูลเงินอยู่นะหมอเขาบอกว่าสื่อหลายสำนักไปปักหลักรอทนายตั้มตัดตรากฎนี่ฮะมีเพียงไม่กี่สำนักเท่านั้น ที่ได้ภาพนี้มานะครับหัวจมช่วงชุลมุนเนี่ยทางทนายสิทธานะฮะซึ่งอยู่หน้าคันหนึ่งของที่ทำงานของทางฝั่งตำรวจเนี่ยนะครับของทางผบ.ตรปรากฏวัดลุงพลพร้อมด้วยปาเตะเดินทางมาจากด้านหลังของอาคาร1แล้วก็เข้าไปพบตำรวจเป็นผงการชั้น1เลยครับโดยรวมพลสวมเสื้อยืดสีขาวก็เดินเข้าไปเนี่ยมีผ้าพันคอลายพื้นบ้านสีน้ำเงินกางเกงยีนส์นะฮะพอใส่ชุดนี้เดินทางเข้าไปพร้อมด้วยป้าแต๋วปรับแต่งเนี่ยเสื่อมสวมเสื้อคลุมสีแดงอะมีกระเป๋าสะพายข้างด้วย นะฮะก็เดินทางเข้าไปนะครับตำรวจก็เชิญเข้าไปพูดคุยภายในห้องผมมีทนายตั้งก็ไปสมทบแล้วก็มีรองผู้ประกอบการก็มาจากการตรวจสอบการยาเสพติดพันตำรวจเอกธีรเดชธรรมะสุธีเป็นผู้อ่านหมายจับให้ลุงพลฟังทนายตั้มก็ร่วมฟังด้วยนะครับก่อนที่จะใส่กุญแจมือแนะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวันเพื่อลงบันทึกประจำวันครับงานนี้ลุงพลจึงไม่มีโอกาสได้มอบตัวกับผบตร.ตามที่มีการประสานงานไว้เท่ากับว่าอะไรเท่ากับว่าลุงพลถูกจับกลางสำนักงานตำรวจแห่ง ชาตินั่นเองครับอ่าอิอิอันนั้นไม่รู้จะพูดแรกการที่น่า[ปรบมือ]ตายและตบหรือเราก็ร้องไม่เว้นที่พวกกล่องก่อนธัมมสูตรเร่งการที่จะทำให้การหรือเปลี่ยนแปลงไปนั้นให้กลับมาในคนที่พาไปส่งที่สถานีตำรวจภูธรผมทรงอำเภอดงหลวงจังหวัดมุกดาหารอ้างจากนั้นครับผบตร.ก็ลงมาให้สัมภาษณ์นะคะที่ชั้น1แถวๆบริเวณที่ลงคนถูกจับถูกควบคุมตัวนั่นแหละนะฮะแล้วก็ระบุว่าคดีนี้เนี่ยยืนยันทำตามพยานหลักฐานเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานรัดกุมรอบด้านก็ขออนุมัติ ศาลออกหมายจับเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมครับพยานหลักฐานคดีนี้มีการพูดถึงกันมากมายนักข่าวถามเปิดเผยได้หรือเปล่าท่านบอกไม่ได้เปิดเผยไม่ได้นะครับแต่ก็ยืนยันว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็คงไม่สามารถที่จะตั้งข้อหาไทยได้นะฮะส่วนการที่ลุงพลเนี่ยมามอบตัวท่านบอกจะทำอะไรก็ทำแต่เมื่อตำรวจเจอตัวแล้วก็ต้องจับกลุ่มนะครับส่วนการจะให้ประกันตัวหรือเปล่าขึ้นอยู่กับทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายที่ตำรวจมีเวลา48ชั่วโมงหลังจากนั้นเนี่ย ถ้าจำเป็นต้องสอบสวนต่อหรือถ้าจะยื่นประกันตัวก็ยื่นต่อพนักงานสอบสวนซึ่งจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาโดยรวมแล้วนะเมื่อชมถ้าดูแล้วเนี่ยช่วงที่ลุงพลและมาถึงสสทถูกจับคือประมาณ10:30นนะ48ชั่วโมงนับไปต่อเลยฮะก็คือประมาณวันศุกร์ตอนสิบห้านะครับมากนะคะคือพิธีกรรมเท่ากับนักเวลานี้นะกูชมมีพยานหลักฐานที่ขอออกหมายจับผู้ต้องหาได้1คนถ้ามีมากกว่านั้นก็จะดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและผบ.ตร.ก็บอกด้วยว่าคดีนี้เนี่ยจึงเหมือนคดี อื่นๆปิดได้บ้างไม่ได้บ้างทำได้ก็ดีใจถ้าเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลโลกท่านเปรียบเทียบแบบนี้ตอนนี้เราก็เข้ารอบสุดท้ายต้องสู้กันอีกยาวหากยังไม่มีการตัดสินผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์นี้พอรอบอกไปนี้เลยนะแล้วก็บอกกับนักข่าวด้วยนะฮะหลังจากที่นักข่าวถามว่าผบ.ตรอยากฝากอะไรถึงครอบครัวน้องชมพู่บ้างหรือเปล่าทางพอตอบว่ายังไงเอาไปฟังกันหน่อยแนะว่ากันไปถูกถ้าไม่มีหลักฐานตำรวจความหมายไม่ได้เอานี้นะถ้าเราจะตั้งโทรหาไทยก็ตามพยานหลักฐาน เท่านั้นแต่ตอนนี้พยานหลักฐานมีแล้วก็ไปพร้อมหมายเท่าที่มีก็ได้ข้อหานี้มาแต่ว่าเดี๋ยวถ้าน้องถามถือว่าทำไมมีข้อหานี้ครับข้อหานี้ขึ้นอยู่กับอย่างนั้นที่มีปัจจุบันที่เราจะได้ข้อยุติในส่วนของทีมสวนกับสวนเราสรุปกันไว้แล้วว่าเอาตรงนี้หลักฐานตามนี้ไปขอหมายศาลนะครับพ่อก็หาก็มีอยู่หลักอยู่3ข้อหานะครับเบื้องภาพมีผู้เยาว์อายุไม่เกิน15ปีนะครับหากเด็กไม่เกิน15ปีไปแล้วก็อันที่สองดูทอดทิ้งเด็กที่อายุไม่เกิน99ขวบคือเรา มั่นใจของเราส่วนคนอื่นคิดไงก็ไม่ของเขานะครับเราก็มาใจของเราคนอื่นก็คิดจะเป็นสิทธิ์ของเขาก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนอยู่แล้วนะเราก็ทำไปตามกฎหมายตามพยานหลักฐานเรามีแค่ไหนแล้วก็ทำแค่นั้นเราก็มีมากถ้าเรามีมากกว่านี้แล้วก็อยากให้มีแต่มันทำมาก็เป็นอย่างนี้ผมถึงบอกว่าเราทำตามพยานหลักฐานเราไม่ได้ทำตามใจใครส่วนใครพอใจไม่พอใจก็เอาที่สบายใจผบ.ตร.ยอมฝากเป็นครอบครัวน้องชมพู่ด้วยนะบอกว่าเคยรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดก็ทำ ตามสัญญาแล้วแต่ว่ามันยังไม่จบประเด็นนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าทางคดีต่อเพราะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมคือเริ่มนับหนึ่งนี่แหละนะฮะแล้วผู้ชมต่อมาช่วงบ่ายตำรวจฝ่ายสืบสวนจับกุมตัวลุงพลขึ้นรถจากสน.ปทุมวันเดินทางไปยังคอมพิวเตอร์รวจท่าแร้งย่านรามอินทราขึ้นในกเตอร์ไปยังสองอกตูมกาหานะครับมีป้าแต๋นทนายตั้มขึ้นรถออกจากสน.ปทุมวันไปพร้อมกันด้วยไม่มีการสอบทหารสื่ออย่างไรนะครับเบื้องต้นพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวันเปิดเผยว่าลุงคนปฏิเสธใน ทุกข้อกล่าวหาไม่ขอให้การในชั้นสอบสวนที่สน.ปทุมวันโดยอ้างว่าจะไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสบกกกลุ่มครับเพราะไปถึงก็มีตำรวจพอก็ยกตัวพาทั้งลุงพลตั้งแต่ทนายตั้มมุ่งหน้าไปที่มุกดาหารฮะลุงคนเนี่ยถูกพัฒนาการแล้วก็มีชีวิตตำรวจประกบใกล้ชิดเลยนี่เป็นภาพในจังหวะที่มีการนำตัวลุงพลเนี่ยขึ้นให้กับเตอร์ไปนะครับก็มีตำรวจประกบตลอดการเดินทางเลยนะฮะชาติค่ะ

ชีวิตอนิจจา😭 อดีตนักร้องดังป่วยทรุดไร้บ้าน ลูกหลานไม่สนใจ ตายอย่างน่าเวทนา

โหดร้ายจริงๆทำไมถึงหยิ่งแต่ยอมเจ็บกับน้องให้พูดจานี่คือเนื้อเพลงโรงแรมใจที่ขอเพลงคุ้นหูเป็นอย่างดีนักร้องต้นฉบับที่ร้องบันทึกเสียงเพลงโรงแรมใจคนแรกสุดคือกิ่งแก้วศรีสาครกิ่งแก้วศรีสาครมีชื่อจริงว่าปลอดภัยนิโนรีเกิดเมื่อวันที่6เมษายนปี2489ที่ตำบลนาดีอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาครมีพี่น้องทั้งหมด3คนเป็นลูกสาวคนโตมีน้องชาย2คนครอบครัวมีอาชีพทำนาข้าวแต่เธออาศัยอยู่กับคุณย่าและคุณอาซึ่งรักและหวงมาตั้งแต่เด็กเห็น ว่าเธอเป็นคนตัวเล็กด้วยจึงไม่ค่อยให้ทำงานหนักให้ช่วยเลี้ยงหลานที่แบร์บอกบ้างทำงานเบาๆบ้างเด็กหญิงประไพชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแต่ยังไม่ค่อยได้แสดงออกส่วนใหญ่ก็ร้องเพลงกล่อมเด็กยามช่วยครอบครัวเลี้ยงหลานหลังจากเรียนจบชั้นป4ที่วัดบางปิ้งสมุทรสาครในใจท้องเด็กหญิงประไพซึ่งเป็นคนเรียนเก่งก็อยากเรียนต่อคุณครูเข้ามาช่วยคุยกับครอบครัวว่าเธอเป็นเด็กหัวดีน่าจะได้เรียนต่อนะแต่คุณอาผู้ดูแลบอกว่าเธอเป็นลูกผู้หญิงอยู่บ้านนอกคอกนา ไม่จำเป็นต้องเรียนอะไรเยอะแยะก็เลยไม่ได้เรียนแม้จะเสียดายแต่ด้วยความเป็นเด็กว่าง่ายจึงทำตามที่ผู้ปกครองเห็นสมควรความสนใจด้านเสียงเพลงของเด็กหญิงประไพเริ่มเบ่งบานหลังเรียนจบเวลามีประกวดร้องเพลงแถวๆใกล้บ้านก็จะไปร่วมประกวดอยู่เรื่อยๆโดยนั่งรถเมล์บ้างรถสองแถวบ้านไปกับเพื่อนๆเวทีแรกที่เธอไปร่วมประกวดก็คืองานประจำปีที่วัดหงอนไก่ตำบลคลองมะเดื่ออำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาครเธอใช้เพลงด่วนพิศวาสของผ่องศรีวรนุชใน การประกวดบนเวทีวันนั้นเธอร้องอยากเป็นธรรมชาติไม่เคอะเขินเพราะเป็นเพลงที่ชอบร้องร้องเล่นๆอยู่บ้านเป็นประจำอยู่แล้วปรากฏว่าจากผู้เข้าประกวดทั้งหมด10กว่าคนนกน้อยนาดีซึ่งเป็นชื่อที่เด็กหญิงประไพตั้งขึ้นมาเองเพื่อใช้ในการ[เพลง][เพลง]คุณอ่านให้ฟังดังนั้นก็เห็นใจและอนุญาตพลางบอกว่าถ้าไปก็ทำตัวดีๆนะประไพนินโนรีซึ่งตอนนั้นอายุราวๆ18ปีจึงได้ไปอยู่กับวงดนตรีเทียนชัยสมยาประเสริฐโดยอำนวยรุ่งเรืองเอารถมารับที่สมุทรสาครแล้วพาไป ยังสำนักงานวงดนตรีเทียนชัยซึ่งตั้งอยู่ซอยวัดดงมูลเหล็กกรุงเทพฯที่นั่นมีนักร้องในสังกัดเยอะทั้งหญิงและชายร่วม10คนเช่นเมืองทองสัญญาประเสริฐแววตาพรรณาภัยเป็นต้นช่วงแรกเธอได้รับหน้าที่ช่วยงานจิปาถะของสำนักงานเช่นทำกับข้าวปัดกวาดเช็ดถูแต่ส่วนใหญ่ที่ได้ทำประจำก็คือพาเด็กไปซื้อกับข้าวไปตลาดเวลาผ่านไปเดือนกว่าเธอก็ได้บันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตคือเพลงสัญญานาคสั่งแต่งโดยฉลองเผือกจันทึกซึ่งเทียนชัยสัญญาประเสริฐเป็นคนเอาเพลงนี้มาให้และตั้งชื่อนักร้อง ให้เธอว่ากิ่งแก้วศรีสาครโดยนามสกุลศรีสาครก็อินกับถิ่นฐานบ้านเกิดจังหวัดสมุทรสาครแม้เพลงแรกในชีวิตของเธอจะยังไม่โด่งดังเปรี้ยงปร้างแต่กิ่งแก้วศรีสาครก็ดีใจที่ได้มีเพลงเป็นของตัวเองได้เป็นนักร้องเต็มตัวดั่งใจฝันและได้ออกเดินสายไปกับวงดนตรีหน้าเวทีแฟนๆก็ปรบมือต้อนรับอย่างเกรียวกราวหัวหน้าก็ส่งเสริมให้เธอได้มีโอกาสเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กสาวที่เคยอยู่แต่ละแวกแถวบ้านตนเองช่วงนั้นเองที่ทำให้เธอ ได้รู้จักและร่วมงานกับไวพจน์เพชรสุพรรณซึ่งรู้จักคลุกคลีรักใคร่เป็นเพื่อนรุ่นน้องของหัวหน้าเทียนชัยไปมาหาสู่กันอยู่เสมอเวลากิ่งแก้วศรีสาครจะร้องเพลงก็ได้พี่ไวพจน์เป็นคนช่วยชี้แนะบอกเคล็ดลับให้ต่อมาเมื่อเพลงแบ่งสมบัติของไวพจน์เพชรสุพรรณโด่งดังเธอจึงได้ร้องเพลงแก้คือเพลงบ้าสมบัติซึ่งเป็นผลงานการแต่งของครูสนิทมโนรัตน์เพลงนี้กระแสดีทำให้แฟนเพลงรู้จักกิ่งแก้วศรีสาครมากขึ้นได้รับจดหมายจากทางบ้านล้นหลามพวงมาลัยหน้าเวที ก็ล้นคอหลายรอบยามที่เธอไปเดินสายร้องเพลงตามต่างจังหวัดต่อมากิ่งแก้วก็ได้ร้องเพลงแก้กับไวพจน์อีกคือเพลงจูบน้องก่อนนอนกับเพลงกล่อมน้องก่อนนอนก็เพิ่มชื่อเสียงของเธอขึ้นไปอีกเพลงที่ทำให้ชื่อเสียงของกิ่งแก้วศรีสาครโดดเด่นยิ่งขึ้นคือเพลงอาจ๋าซึ่งเป็นเพลงร้องแก้กับเพลงหลานสาวเพลงที่สร้างชื่อให้กับเมืองทองสมญาประเสริฐซึ่งก็เป็นผลงานการแต่งของครูสนิทมโนรัตน์นักแต่งเพลงประจำวงเทียนชัยสัญญาประเสริฐนั่นเองครูสนิทมโนรัตน์ ยังได้แต่งเพลงโรงแรมใจให้กิ่งแก้วศรีสาครร้องด้วยเพลงนี้ในช่วงแรกๆใหม่ๆที่ปล่อยออกมายังไม่ถือว่าดังมากนักแต่ตอนหลังๆกลายเป็นเพลงที่แฟนเพลงนิยมชมชอบและจะขอให้เธอร้องทุกข์เวทีที่ไปปรากฏตัวและยังทำให้เธอได้รับรางวัลทรงเกียรติในงานลูกทุ่งกึ่งศตวรรษด้วยกิ่งแก้วศรีสาครถือเป็นนักร้องดาวเด่นประจำวงดนตรีเทียนชัยสมญาประเสริฐซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นวงที่มีชื่อเสียงเธอร่วมงานอยู่กับวงนี้ราวๆ20ปีได้ร้องเพลงบันทึกเสียง ประมาณ50-60เพลงจากนั้นหัวหน้าเทียนชัยสัญญาประเสริฐก็ยุบวงต่อมาไวพจน์เพชรสุพรรณได้ชวนเธอไปร้องเพลงที่วงด้วยเธอจึงได้ร้องเพลงหมั่นไส้ไวพจน์ซึ่งเป็นเพลงแก้กับเพลงแตงเถาตายผลงานการแต่งของครูทองใบรุ่งเรืองกระแสเพลงหมั่นไส้ไวพจน์ดีมากถือเป็นช่วงที่ชื่อเสียงของเธอพุ่งขึ้นขีดสุดช่วงนั้นเธอมีอายุ40กว่าปีแล้วแต่เวลาเดินสายกับวงดนตรีไวพจน์เพชรสุพรรณแฟนเพลงก็ต้อนรับอย่างอบอุ่นเรียกว่ายังกรี๊ดกร๊าดเกลียวกราวเหนียวแน่นเช่นเคยช่วงนั้นนักร้องประจำวง ดนตรีไวพจน์ก็มีทรายทองณโคราชเพชรโพธารามเป็นต้นอยู่กับวงไวพจน์ได้ราวๆ2ปีเธอก็ออกจากนั้นปทุมทิพย์บัวตามะซึ่งเป็นนักร้องที่รู้จักกันมานานได้ชวนเธอไปร้องเพลงกับวงดนตรีสมานมิตรเกิดกำแพงซึ่งเป็นคู่ชีวิตของปทุมทิพย์บัวตะมะอยู่ได้2ปีกิ่งแก้วศรีสาครก็ผันตัวออกมาเป็นนักร้องอิสระรับจ้างร้องเพลงทั่วไปรวมเวลาที่เธอร้องเพลงอยู่ในวงการลูกทุ่งก็ร่วม40กว่าปีมีเพลงที่บันทึกเสียงไว้กว่า100เพลงเชื่อบั้นปลายชีวิตกิ่งแก้วศรีสาคร สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงมือข้างขวาล็อคทั้งมือทำให้หยิบจับอะไรไม่ได้เลยเธอจึงใช้งานมือซ้ายได้ข้างเดียวจากนั้นร่างกายซีกขวาก็อ่อนแรงเกลี้ยงตามมือไปด้วยแต่ว่ายังเดินไหวอยู่นอกจากร้องเพลงแล้วเธอก็ทำงานอื่นไม่ได้เพราะใช้มือได้ข้างเดียวมีลูก3คนเป็นหญิง1ชาย2แต่ว่าเหลือ2คนเพราะลูกผู้หญิงเสียชีวิตแล้วแต่ว่าลูกๆก็ต่างมีชีวิตของตัวเองตอนแรกเธอพักอาศัยอยู่กับหลานชายที่หมู่บ้านสมุดนิเวศน์แถวสมุทรปราการช่วงปี2555ถึง 2556กิ่งแก้วตระเวนร้องเพลงทั้งร้องทั้งแหล่และรับทำขวัญนาคเพื่อหารายได้มารักษาตัวจากนั้นก็ตรวจเจอเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดสมองและต่อมาก็เป็นอัมพฤกษ์ปี2557กิ่งแก้วไปอยู่สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งสุดท้ายปากเกร็ดนนทบุรีเนื่องจากไม่มีคนดูแลปี2558มีรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์คมชัดลึกว่าสลดกิ่งแก้วนักร้องต้นฉบับเพลงโรงแรมใจไร้บ้านอยู่มีใจความในข่าวว่าหลังผ่าตัดเนื้องอกที่สมองตั้งแต่ปี2556กิ่งแก้วศรีสาครนักร้องลูกทุ่ง ต้นฉบับเพลงโรงแรมใจวัย67ปีร่างกายซีกขวาใช้การไม่ได้ไร้ลูกหลานดูแลล่าสุดต้องมาอาศัยอยู่สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งสุดท้ายนนทบุรีภาวนาชบาไพรหญิงดาวจันทร์สวัสดิ์นักร้องลูกทุ่งรุ่นพี่รุ่นเยี่ยมกิ่งแก้วศรีสาครให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบันเทิงคมชัดลึกภายในสถานแรกครับคนไร้ที่พึ่งสุดท้ายปากเกร็ดนนทบุรีด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยชัดซึ่งเป็นผลมาจากการผ่าตัดสมองว่าก็อยู่ที่นี่มาหลายเดือนแล้วหลังจากผ่าตัดสมองก็ต้องออกจากโรงพยาบาลมา อาศัยที่สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งสุดท้ายเพราะไม่มีบ้านอยู่ลูกหลานก็ไม่ได้มาดูแลอย่ากลับบ้านอยากร้องเพลงได้อีกถ้าให้เลือกอยากมีร่างกายที่แข็งแรงจะได้ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ด้านภาวนาชบาไพรศิษย์ครูสุรพลสมบัติเจริญซึ่งเป็นผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือกิ่งแก้วอยู่เป็นระยะๆเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าหลังจากย้ายการรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์เพื่อขอสิทธิ์รักษาและไม่มีญาติติดต่อมาเลยต้องย้ายมาที่สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งซึ่ง ตอนนี้สภาพร่างกายของกิ่งแก้วเขาดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้วแต่ก่อนหน้านี้แย่มากๆตอนนี้ความจำบางครั้งจำได้บางครั้งก็จำไม่ได้เพราะเขาผ่าตัดเอาเนื้องอกที่สมองออกตอนแรกหมอจะผ่า2ครั้งแต่ผ่าได้ครั้งเดียวเพราะร่างกายกิ่งแก้วไม่ค่อยดีอายุมากแล้วหมอกลัวจะไม่ไหวตอนนี้เนื้องอกในสมองยังไม่หมดมันไปทับเส้นประสาทร่างกายซีกขวาเลยใช้การอะไรไม่ได้เดินก็ไม่ได้แล้วต้องนั่งรถเข็นพี่ก็จะมาเยี่ยมดูเขาอยู่เป็นระยะๆก็มีน้องชื่อละมุนวรำจิต อาสาชาวบุรีรัมย์คอยดูแลผู้สื่อข่าวถามว่าลูกหลานของจริงแก้วมาดูแลบ้างหรือไม่ภาวนาบอกว่าไม่มีใครมาดูเลยลูกเขาก็บอกว่าไม่มีเวลามาดูเพราะต้องทำงานก่อนหน้านี้พวกเพื่อนๆนักร้องเราจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือกิ่งแก้วได้เงินมาหักไปก็เหลือไม่กี่หมื่นแรกๆเขาก็มาดูแลดีมาขอเงินเราก็ให้ไปตามที่เรามีมากน้อยตอนหลังเขาจะมาขอเงินที่มีไปซื้อคอมพิวเตอร์แต่เราไม่ให้บอกว่าต้องเอาไว้ดูแลหญ้ากิ่งแก้วตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่มาหากิ่งแก้วอีกเลยคงงอนที่ ไม่ได้เงินไปซื้อคอมพิวเตอร์ตอนนี้เราก็สลับกันมาเยี่ยมเขาบ้างเพื่อนักร้องคนไหนว่างก็จะมาเยี่ยมแฟนเพลงก็มาช่วยกันบริจาคเงินไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้เช่นผ้าอ้อมผู้ใหญ่เราก็ดูแลกันไปตามอัตภาพเราโชคดีกว่ากิ่งแก้วเรามีกินมีใช้ไม่เดือดร้อนเราเห็นน้องๆนักร้องเดือดร้อนเรามันก็เลื่อนลูกทุ่งต้องช่วยต้องดูแลกันเราอิ่มน้องอดเราอยู่ไม่ได้อยากให้ทุกคนหันมาดูแลซึ่งกันและกันแฟนเพลงที่ยังรักยังจำกิ่งแก้วได้ก็เรียนเชิญมาช่วยกัน นะครับผ่านมาราวๆ1ปีก็มีข่าวเศร้าในปลายปี2559ว่าอะไรกิ่งแก้วศรีสาครลูกทุ่งเสียงดีต้นฉบับเพลงโรงแรมใจเสียชีวิตอย่างสงบในวัย71ปีเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่20พฤศจิกายนในปี2559หลังจากล้มป่วยมานานและผ่าตัดสมองเมื่อ3-4ปีที่แล้วโดยอยู่ในการดูแลของสถานคุ้มครองผู้ไร้ที่พึ่งนนทบุรีจากนั้นย้ายไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงจนกระทั่งเสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคเบาหวานโดยปกติแล้วตามธรรมเนียมของหน่วยงานจัดส่งร่างไป ทำพิธีศพที่ปราจีนบุรีแต่พลังของชาวลูกทุ่งทำให้งานศพของกิ่งแก้วศรีสาครอบอุ่นมากด้วยน้ำใจดังรายงานข่าวต่อไปนี้ซึ้งใจพลังชาวลูกทุ่งงานศพกิ่งแก้วสมเกียรติภาวนาชบาไพรศิษย์วงดนตรีสุรพลสมบัติเจริญเป็นตัวตั้งตัวทีในการนำร่างกิ่งแก้วศรีสาครมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดภาณุรังษีบางพลัดกรุงเทพฯโดยมีนักร้องชื่อโจโจ้อิทเป็นผู้บริจาคโลงศพให้และส่วนพระอภิธรรมศพ2คืนโดยคืนวันที่23/2รอบเพื่อให้ครบ3คืนจากนั้นฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่24พฤศจิกายน เวลา16:00นโดยมีศิลปินแห่งชาติชัยชนะบุญนะโชติเป็นประธานในพิธีบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโดยมีบุตรชายของกิ่งแก้วและหลานชายซึ่งบวชหน้าไฟมาร่วมงานเมื่อศพขึ้นสู่เมรุศิลปินแห่งชาติไวพจน์เพชรสุพรรณได้แลประวัติและผลงานของกิ่งแก้วมีคุณสัมพันธ์พัทลุงเป็นผู้อ่านประวัติของกิ่งแก้วสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมแซ่บชาแนลออกค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารรับรองแขกตลอดทุกคืนหลังจากนั้นได้จัดให้มีการแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีในระหว่างประชุมเพลิงโดยมีภาวนาชบาไพรขึ้นขอบคุณผู้ร่วมงานบน เวทีและร้องเพลงซึ่งมีนักร้องและคนในวงการมาร่วมงานกันมากมายนอกจากนี้ยังมีการผลิตแผ่นซีดีรวมเพลงของกิ่งแก้วศรีสาครจำนวน300แผ่นมอบให้ครอบครัวของกิ่งแก้วทั้งหมดและมีกำหนดทำบุญครบ100วันด้วยนี่คือวาระสุดท้ายของอดีตดาวเด่นกิ่งแก้วศรีสาครที่ฝากเสียงเพลงไพเราะส่งคุณค่าไว้ในวงการเพลงนับร้อยฝากร้อยทางชีวิตและสัจธรรมไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ข้อคิดทำความเข้าใจ